สะพานบรูคลิน แลนด์มาร์คสำคัญสุดเท่ แห่งมหานครนิวยอร์ก

0
7060
ดัมโบ นิวยอร์ก

สะพานบรูคลิน แลนด์มาร์ค นิวยอร์ก ที่ใครๆต้องรู้จัก ถ้าเพื่อนๆแวะมาเที่ยว หรือมาเรียนที่นิวยอร์กก็ต้องมาเช็คอินกันที่นี่มั่งล่ะ สะพานบรู๊คลินเป็นสะพานลูกผสมระหว่างสะพานแบบเคเบิลและสะพานแขวน และยังเป็นหนึ่งในสะพานที่รถสามารถข้ามได้ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองนิวยอร์กด้วยนะ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1869 สร้างเสร็จในอีก 14 ปีให้หลัง ในปี ค.ศ. 1883 ผู้ออกแบบมีชื่อว่า John Augustus Roebling

สะพานนี้เชื่อมเขตแดนระหว่างฝั่งเกาะแมนฮัตตันและฝั่งบรูคลิน ข้ามผ่านแม่น้ำ East River ความยาวของสะพานนี้มีขนาด 1,825.4 เมตร ส่วนความกว้างอยู่ที่ 25.9 เมตร บริเวณหอคอยทั้งสองแห่งสร้างจากหินปูน หินแกรนิต และโรเซนเดลซีเมนต์ ที่ทำให้ตัวหอคอยมีความคงทนและสวยงามข้ามผ่านกาลเวลาร้อยกว่าปีมาได้ หลังจากที่เปิดใช้ได้ไม่นานที่นี่ก็ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนิวยอร์กแห่งหนึ่งเลย

ที่สะพานแห่งนี้นั้น เป็นฉากสำคัญที่ปรากฏในหนังหลายๆเรื่องเลยนะ อย่างเรื่อง Step Up, Brooklyn, Coyote Ugly, และอื่นๆอีกมาก

สะพานบรูคลิน

สะพานบรูคลิน1

คราวนี้จะมาเม้ามอยในส่วนของเรา สะพานบรู๊คลิน เนี่ย เป็นสถานที่ใน Wishlist ไม่คิดว่าจะได้มาถึงที่นี่จริงๆนะ เคยแต่เพ้อๆตอนอยู่เมืองไทยว่าอยากมาแวะเดินเล่นที่นี่ซักครั้ง ตอนแรกบอกเพื่อนเลยว่าขอไปที่นี่นะ เอาแบบพระอาทิตย์ตกแสงสวยๆ แล้วเพื่อนก็จัดตารางให้ว่าวันแรกนี่แหละ ไปกันเล้ยย แต่ก็ลืมคิดไปว่า เฮ่ย นี่มันหน้าหนาวอ่ะแก๊ พระอาทิตย์ตกเร็วมากกก 5 โมงกว่าก็เริ่มมืดละ ลืมเผื่อเวลาเอาไว้ (ช่วงหน้าหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงที่กลางวันสั้นกว่ากลางคืน)

สะพานบรูคลิน13

มัวแต่กินข้าวกันเพลินเราเลยต้องรีบเดินทางไปให้ถึงก่อนที่ทุกอย่างจะมืด คือลุ้นมากกกก อุตส่ามาตั้งไกลเพื่อสิ่งนี้ อีกไม่กี่นาทีก็จะได้เจอแล้ว รอหน่อยนะคุณสะพาน เราเดินทางกันโดยมีมือถือกันคนละเครื่อง ช่วยกันจิ้ม google map พวกเรานั่ง Subway ไปลงสถานีแถวใต้สะพานตรงจุดที่เรียกว่า Dumbo ที่ย่อมาจากคำว่า Down under the Manhattan Bridge overpass โซนนี้อยู่ฝั่ง Brooklyn ซึ่งบริเวณนี้จะมีช็อปเก๋ๆ ขายงานอาร์ท ร้านเสื้อผ้าดีๆ ร้านกาแฟ คอยให้บริการทั้งนักท่องเที่ยวและคนพื้นที่

การจะเดินข้ามสะพานนี้นั้น สามารถเดินข้ามได้จากฝั่งบรูคลินไปแมนฮัตตัน และเดินจากฝั่งแมนฮัตตันข้ามมาฝั่งบรูคลินก็ได้ เราเลือกเดินข้ามสะพานจากฝั่งบรู๊คลิน ไปยังฝั่งพระนคร เอ๊ย ฝั่งแมนฮัตตัน ที่เป็นฝั่งเมืองเต็มไปด้วยตึกสูง เพราะจะได้เห็นวิว Skyline สวยๆของเมืองนิวยอร์กที่เก๋ไก๋

ตอนที่ลงจากรถไฟปุ๊บ หันซ้ายหันขวา เจอป้ายชี้บอกทาง เราก็ค่อยๆเดินตามป้ายไป พอเดินถึงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี คือสวยมากกกกก แสงประกายส้มๆ ตัดกับท้องฟ้ายามโพล้เพล้เป็นแบ็คกราวนด์ให้กับสะพานแห่งนี้ มุมนี้ให้ 3 ผ่าน เลยค่ะ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งชอบ ตกหลุมรักมุมถ่ายภาพนี้มากๆ เอาล่ะ ก่อนที่แสงจะหมดเรารีบเดินขึ้นสะพานข้ามกลับมาฝั่งแมนฮัตตันกันดีกว่า

สะพานบรูคลิน2

ตัวหนังสือนี้อยู่ที่พื้นระบุชื่อสะพานเอาไว้ ขอโทษจริงๆที่ถ่ายมาไม่ครบน้า ขาดตัว B ข้างหน้าไป
สะพานบรูคลิน3

เริ่มเห็นอะไรน่าสนใจแล้วสิ

สะพานบรูคลิน4

สะพานนี้จะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างสำหรับให้รถวิ่งขนาด 6 เลน ส่วนด้านบนเป็นทางให้คนเดินข้ามโดยมีพื้นเป็นไม้แผ่นเล็กๆ ยาวๆ วางเรียงกันเป็นแนว บนสะพานนี่อย่างชิลมองไปเห็นวิวเมืองคือดี ติดที่คนเยอะไปหน่อย แล้วอากาศก็เย็นมากกก เราเดินกันไปถ่ายรูปไปตลอดทาง ตอนถ่ายนี่ก็พยายามให้ติดคนน้อยที่สุด แต่ก็ทำได้ดีที่สุดเท่านี้สะพานบรูคลิน5จะเห็นว่ามีสายเคเบิลระโยงระยางมาก และต้องชูกล้องสูงๆจะได้ถ่ายไม่ติดคน ฟ้าเริ่มมืดแล้วต้องเร่งทำเวลาหน่อยล่ะ เพิ่งมาถึงทาวเวอร์แรกเอง
สะพานบรูคลิน6

มาดูสถาปัตยกรรมของตัวทาวเวอร์กันชัดๆว่าเป็นยังงัยกันบ้าง อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเค้าสร้างทาวเวอร์นี้จากหินปูน หินแกรนิต และโรเซนเดลซีเมนต์ มีความสูงถึง 84 เมตร เหนือระดับน้ำ สร้างแบบสไตล์นีโอโกธิค ดูเท่และคลาสสิคไม่เบาเลยเนาะ

สะพานบรูคลิน7

และนั่นคือสะพาน Manhattan ที่อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ในช่วงเย็นย่ำแบบนี้เค้าก็เริ่มเปิดไฟที่สะพานกันแล้ว ได้สีสันไปอีกแบบ

สะพานบรูคลิน8

ส่วนพื้นที่ด้านล่างของฝั่ง สะพานบรูคลิน เค้าสร้างเป็นสวนสาธารณะที่มีชื่อว่า Brooklyn Bridge Park เอาไว้ให้คนในย่านนี้มาพักผ่อนหย่อนใจ แถมยังมีม้าหมุนแบบในร่มกันลมหนาวที่สามารถมาเล่นได้ทุกฤดูเอาไว้ให้เด็กๆได้มาสนุกกันด้วย

สะพานบรูคลิน10

วิวเมืองฝั่งแมนฮัตตัน อลังการงานสร้างมากค่ะ มีแต่ตึกๆและตึกเต็มไปหมด มาช่วงนี้ก็ได้ฟีลลิ่งดีนะ ได้เห็นวิวตึกและแม่น้ำในยามโพล้เพล้ ถ้าตัดเรื่องลมหนาวเย็นๆที่ตีใส่หน้าตลอดเวลาออกไปได้นี่เราให้คะแนนเต็มเลยนะสะพานบรูคลิน12

เห็นอะไรเป็นแท่งอยู่กลางแม่น้ำไกลลิบๆนั้นมั้ยคะ นั่นล่ะ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของนิวยอร์กซิตี้และประเทศสหรัฐอเมริกาเลยล่ะ

คลิปวิดีโอชมบรรยากาศการเดินข้ามสะพานมาจากเว็บ www.nycgo.com

สรุป

สำหรับคนที่อยากมาเที่ยว สะพานบรูคลิน แนะนำให้มาช่วงเย็นก่อนฟ้ามืด เผื่อเวลาไว้ซักชั่วโมงครึ่งจะดีมากค่ะ เรามาช้าไปหน่อย แต่ก็ยังทันได้เห็นแสงส้มๆที่สัมผัสตัวสะพานให้ดูแบบสวยๆอยู่นะ ที่สำคัญคือบนสะพานลมจะแรงและเย็นมาก เตรียมเสื้อผ้าพร็อบไปให้พร้อมนะคะ อย่าลืมฟิตกล้ามเนื้อขาไว้ด้วยนะ เพราะการเดินข้ามสะพานก็เป็นระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร แถมยังต้องเดินให้เลยหัวสะพานไปซักพักด้วยกว่าจะเจอที่สำหรับเรียกแท็กซี่และสถานีรถไฟใต้ดิน

วิธีไปสามารถเลือกลงได้หลายจุด แต่เราเลือกนั่งรถไฟสาย A, C หรือ F ไปลงที่ Jay Street/MetroTech Station

อยากรู้คำแนะนำในการเดินเล่นข้ามสะพานบรูคลินแบบเจาะลึก ทางนี้เลยจ้า

ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องราวน่าสนใจในอเมริกาเพิ่มเติม ตามมาที่นี่เลยจ้า